ข้อมูลองค์กร

บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2550 ภายใต้ชื่อ “บริษัทเอฌ็องซ์ จำกัด” ดำเนินธุรกิจนำเข้าและทำการตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว “Rojukiss” จากเจ้าของเครื่องหมายการค้าในประเทศเกาหลีใต้ เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "Rojukiss Perfect Poreless Serum" หรือ เซรั่มกระชับรูขุมขนเป็นผลิตภัณฑ์แรกในร้าน Watsons จากนั้นขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังร้านค้าปลีกแห่งอื่น เช่น 7-Eleven ในปี 2559 ผลประกอบการของแบรนด์ “Rojukiss” ในประเทศไทยประสบความสำเร็จมากที่สุด ทำให้บริษัทฯ สามารถซื้อเครื่องหมายการค้า “ROJUKISS” ทั่วโลกจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าในเกาหลีใต้ และนำมาพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักรวมทั้งต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีนานกว่า 13 ปี ทำให้ “Rojukiss” ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มียอดขายสูง มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์อื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน ปัจจุบัน KISS มีแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าหลักถึง 5 แบรนด์ ในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ได้แก่ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonderherb และ Sis2Sis

วิสัยทัศน์
เป็นผู้นำด้านความงามและ
สุขภาพแห่งอนาคตของเอเชีย
HEALTH & BEAUTY FOR THE FUTURE OF ASIA
พันธกิจ
สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านความงามและสุขภาพที่ดีที่สุดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้พร้อมขับเคลื่อนความต้องการ และสร้างแรงบันดาลใจแก่คนไทยและคนเอเชียอย่างยั่งยืน

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็น ผู้นำด้านความงามและสุขภาพแห่งอนาคตของเอเชีย โดยมีเป้าหมายดังนี้

1

ขยายธุรกิจและเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ กลุ่มความงามและสุขภาพ (Health & Beauty) ให้ครบวงจร โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำในระดับโลก

2

เป็นผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชิวิตคนเมือง (Convenience Health & Beauty) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมเข้าถึงผู้บริโภค สะดวก คุ้มค่าทั้งขนาดและราคา

3

เสริมสร้างความแข็งแกร่งช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคุลมทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ช่องทางแบบ D2C

4

มุ่งสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยการมีพันธมิตร ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม

2550-2554
2555-2559
2560-2562
2563-2564

พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ

2550
ปีก่อตั้งบริษัทฯ
จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2550 เพื่อประกอบธรุกิจนำเข้า จัดจำหน่ายและทำการตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้า "ROJUKISS" ในประเทศไทยจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าในประเทศเกาหลีใต้
2555-2556
ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ PhDerma
บริษัทฯ ได้พัฒนาแบรนด์ใหม่ชื่อ “PhD” เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางบำรุงผิวหน้า โดยจัดจำหน่ายในร้านสุขภาพและความงามเป็นหลัก เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกแก่ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของประเทศเกาหลีใต้
2557 - 2558
ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "Best Korea" และ "Beauti Cute"
บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพิ่มอีกหนึ่งแบรนด์ คือ ”Best Korea” โดยมีจุดเด่นที่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ซึ่งมีความแปลกใหม่ คุณภาพดี และได้รับความนิยมจากประเทศเกาหลีใต้ บรรจุในรูปแบบซองเพื่อความสะดวกในการพกพาและใช้งาน และยังได้พัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง “Beauti Cute” อีกด้วยโดยทั้งสองแบรนด์จัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ
2559
บริษัทฯ เข้าซื้อเครื่องหมายการค้า Rojukiss จากเจ้าของเดิมในประเทศเกาหลีใต้
บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากประเทศเกาหลีใต้ จึงได้ทำการจัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ PhD International Limited (“PhD”) ที่ฮ่องกงให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องหมายการค้าทั้งหมดและให้ KISS เป็นผู้ใช้สิทธิดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว “PhD” เข้าซื้อเครื่องหมายการค้า “ROJUKISS” จากเจ้าของเดิมในเกาหลีใต้เพื่อมุ่งพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคคนไทยให้ได้ดียิ่งขึ้น
2560
จัดสรรหุ้นสามัญและและหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ให้แก่ AAH
บริษัทฯ ได้จัดสรรหุ้นสามัญและเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 173.33 ล้านบาท โดยขายหุ้นสามัญเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ AAH
AAH มีสถานะเป็นนิติบุคคล จัดตั้งขึ้นเพื่อซื้อหุ้นของบริษัทฯ โดยมี LC1LP และ LC1AC (รวมเรียกว่า “กลุ่ม Lakeshore”) ซึ่งเป็นกองทุนปิดประเภท Private Equity เป็นผู้ลงทุนใน AAH จากนั้นบริษัทฯ ได้ว่าจ้างทีมผู้บริหารมืออาชีพที่มีความสามารถและประสบการณ์ในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาบริหารบริษัทฯ
2561
ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ "Sis2Sis"
เครื่องสำอางในซองพร้อมแปรงในตัวแบรนด์แรกของประเทศไทย ภายใต้ตราสินค้า “Sis2Sis” จัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อชั้นนำ ให้ความสะดวกทั้งการพกพา การใช้งาน หาซื้อง่าย และใช้ได้นานเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง “Sis2Sis” 1 ซองสามารถใช้ได้มากกว่า 30ครั้ง
2562
จัดตั้ง Guts and Good เพื่อถือหุ้นของบริษัทฯ
ในช่วงปี 2560 – 2562 กลุ่ม Lakeshore ได้ขายหุ้นรวมคิดเป็นร้อยละ 12.60 ของหุ้นทั้งหมดของ WWV ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของ AAH ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงานในการสร้างผลประกอบการที่ดีให้แก่บริษัทฯ โดยภายหลังในเดือนธันวาคม 2562 กลุ่มผู้บริหารและพนักงานได้โอนย้ายสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมของบริษัทฯ ที่ตนถือผ่าน WWV ไปยัง Guts and Good ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์เพื่อถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับผู้บริหารและพนักงาน
2563
ออกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ROJUKISS” จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
บริษัทฯ เข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพด้วยการพัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อดูแลผิว “ROJUKISS” และในปีเดียวกันนี้ได้ลงนามสัญญาจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sis2Sis ในประเทศฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 31 มกราคม และ 31 มีนาคม 2563 ตามลำดับเพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯผ่านพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายใน 2 ประเทศอีกด้วย
31 สิงหาคม 2563 บริษัทฯ จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ในชื่อ "บริษัทโรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)" พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อเตรียมตัว IPO และเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
2564
ลงนามพัฒนาช่องทางการขาย D2C เข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • 12 มกราคม 2564 บริษัทฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันพัฒนาช่องทางการขายแบบ D2C (Direct-to-Consumer)
  • 15 มกราคม 2564 AAH และนางสาวปิยวดี สอนสิงห์ ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) แก่ GMM ในการให้สิทธิ์เข้าซื้อหุ้นของบริษัทฯ อย่างมีเงื่อนไข เป็นจำนวนไม่เกิน 40,459,500 หุ้นและไม่เกิน 19,480,500 หุ้นตามลำดับ รวมเป็นไม่เกิน 59,940,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 9.9 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ
  • 19 กุมภาพันธ์ 2564 บมจ. โรจูคิสอินเตอร์เนชั่นแนล ได้เข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 152,641,600 หุ้นหรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.4 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อระดมทุนไปพัฒนาและนำเสนอแบรนด์ใหม่ในตลาดประเทศไทย ขยายฐานลูกค้าและขยายช่องทางจำหน่าย ขยายธุรกิจต่างประเทศ รวมทั้งลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิตัล และชำระเงินกู้ยืมระยะสั้น
Brand Portfolio