ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

KISS ชูศักยภาพก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย
เดินหน้าแผนลงทุน สร้างการเติบโตยั่งยืน ตั้งเป้า 3 ปี รายได้แตะ 3,000 ล้านบาท
หลังเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 19 ก.พ. เป็นวันแรก

"บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล" หรือ KISS ผู้พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonder Herb และ Sis2Sis เดินหน้าขยายแผนการลงทุน หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โชว์ศักยภาพเป็นหุ้นในอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ ที่ลงทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างโดดเด่นและแตกต่างเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงกว้างขวาง พร้อมลงทุนด้านเทคโนโลยีความงาม Mobile Skin Analysis และเสริมความแข็งแกร่งช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 เพื่อก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย

นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรก 19 กุมภาพันธ์ 2564 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหมวดอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ โดยใช้ชื่อย่อ "KISS" ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าศักยภาพของบริษัทฯ จะช่วยสนับสนุนให้ KISS เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้วยวิสัยทัศน์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความงามและสุขภาพของเอเชีย หรือ True Health and Beauty Company ตั้งเป้าหมายมีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20 ต่อปี นับจากปี 2562

บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้งบ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์แชมพูเปลี่ยนสีผมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Rojukiss, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้แบรนด์ใหม่ Wonder Herb รวมทั้งลงทุนอีก 100 ล้านบาท พัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์สำหรับช่องทางการขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-consumer: D2C) ผ่านความร่วมมือกับ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) และอีก 50 ล้านบาทจะลงทุนพัฒนาดิจิทัลและเทคโนโลยี ช่วยผลักดันการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อาทิ Mobile Skin Analysis เครื่องมือวิเคราะห์สภาพผิวของผู้บริโภค เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทันทีผ่านการเชื่อมต่อช่องทาง E-commerce นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนงานมุ่งส่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอาเซียนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาด ด้วยเงินลงทุนอีก 50 ล้านบาท ใน 2 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพมีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะการเติบโตของช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) บริษัทฯ ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทท้องถิ่นในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้จะเริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศเวียดนาม

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า KISS มีจุดแข็งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างจากการใช้ความได้เปรียบจากการเป็นบริษัท Asset Light และการมีเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ที่เอื้อต่อการคิดค้นพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภค ทำให้ KISS เป็นบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นแม้ในสถานการณ์ Covid-19 และมีอัตรากำไรสุทธิที่สูง ประมาณร้อยละ 17 และ 19 ในปี 2562 และงวด 9 เดือนแรก ปี 2563 ตามลำดับ จึงมั่นใจว่า KISS เป็นบริษัทฯ ที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน

Brand Portfolio